พ้นภารกิจเดิมพันชีวิตซะที(?)+แนะนำหนังสือ
posted on 26 Oct 2009 19:32 by bozomeaw in Lifestyleเพลงประกอบเอ็นทรี่นี้:นอนน้อย - - (อีกแล้วเหรอ)
เขียนหัวข้อเว่อร์ตามเคย ที่จริงที่หายๆไปก็แค่ไปสัมภาษณ์งานเท่านั้นแหละ(ทำเป็นตื่นเต้นไปได้) แต่เราคิดว่ามันโอเคกว่าครั้งไหนๆนะ คิดว่ามีแววได้งานสูงกว่าแต่ก่อน
เรื่องมันมีอยู่ว่าช่วงนี้เราไม่ได้ไปยื่นใบสมัครงานไว้ที่ไหนเพราะอ่านหนังสือเตรียมไปสอบ ก.พ. เอาไว้ แล้วก็แค่เอาประวัติทิ้งไว้ที่ที่บริษัทจัดหางานแห่งหนึ่ง กะว่าถ้าบริษัทไหนที่อ่านโปรไฟล์แล้วถูกใจแล้วค่อยเรียกมา ดูเป็นคนที่ไม่รีบร้อนอะไรเลยแฮะ ไม่ได้เฉื่อยชานะแต่ว่าเรายังไม่พร้อมที่จะสู้กับคนอื่นจริงๆก็เลยเก็บตัวนานไปหน่อย
จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้บริษัทจัดหางานนั่นก็โทรมาบอกว่าจะส่งโปรไฟล์เราไปให้บริษัทแห่งนึง เราก็เลยยอมให้เค้าส่งไป จากนั้นวันถัดมาพี่เค้าก็มาขอนัดสัมภาษณ์...ตะลึงสิ เพราะปกติส่งไปแล้วมันเงียบหายไปเลย แถมนี่ส่งไปแค่วันเดียวแล้วเรียกสัมภาษณ์อีกตะหาก (ยอมรับว่าresumeที่ส่งไปมันห่วยแตกมากๆ ทำไมเค้าถึงเรียกเราไปสัมภาษณ์ด้วยนะ) คิดไปว่าบางทีเค้าอาจจะต้องการคนจริงๆเลยเรียกไป ก็เลยมีแรงฮึดขึ้นมานิดนึง กลับไปอัพเดทresume(ใครเรียนใกล้จบแนะนำให้listกิจกรรมที่ตัวเองเคยทำไว้ล่วงหน้าเลย มาเขียนหลังเรียนจบมันจะลำบากเพราะมันผ่านมานานแล้วและก็เขียนเป็นศัพท์ภาษาอังกฤษยาก) และทำการบ้านเรื่องสัมภาษณ์งานมา(แต่ทำการบ้านไม่เสร็จ - - แฮ่ๆ)
แนะนำurl รวมคำถามเกี่ยวกับการสัมภาษณ์งาน:
วิธีเอาตัวรอดจาก9คำถามสัมภาษณ์งาน
นั่งรวมคำถามที่น่าจะเป็นไปได้ ลองเขียนคำตอบแล้ว ก็ท่องๆไป แต่ความซวยมันติดตรงที่ว่าเราไม่สบายแล้วก็ไอแค่กๆมานานแล้ว ไม่ใช่หวัด2009นะ แต่ไอแห้งๆน่ารำคาญมาก ซื้อยามากินก็หายไม่ทัน เค้าบอกยานี้ให้กินก่อนนอนก็ดันเครียดจนนอนไมหลับ(เพราะทำการบ้านไม่ทัน+ตื่นเต้น) กรดในกระเพาะกัดตัวยาเรียบก็เลยไม่ได้ผล แม่ก็เลยแนะนำให้อมตะขาบ5ตัว เอ่อ... ไม่ใช่ให้เป็นทายาทอสูรนะ ให้อมยาอมยี่ห้อนี้ อมแล้วมันจะหยุดไอไปพักนึง
พอถึงวันที่เค้านัดสัมภาษณ์วันนี้ ก็ออกไปแต่เช้า ดูการแต่งตัวของตัวเอง+เตรียมเอกสาร(สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เอกสารรับรองเรียนจบ Transcript Resume รูปถ่าย ขนมาให้หมดแหละ พวกสำเนาเซ็นรับรองถูกต้องเอาไว้เลย ) ศึกษาเส้นทางเดินรถ(ครั้งนี้ไปถึงสิงห์บุรีน่ะ คนอื่นถามว่าทำไมเลือกที่ทำงานโคตรไกล แถมโดนครอบครัวต่อต้าน แต่เราไม่คิดแบบนั้นเลยนะ เอ๊ะหรือเพราะดูจากแผนที่ประเทศไทยเลยคิดว่ามันใกล้ ฮะๆ) การเอาผู้ปกครองไปด้วยตอนสัมภาษณ์ไม่ใช่เรื่องเหมาะซักเท่าไหร่ อีกอย่างมันเปลือง แต่แม่ขอตามไปด้วย - - ถ้าแม่ไม่ได้ยินข่าวเรื่องที่ลูกค้าแม่เคยโดนฉุดขึ้นรถแล้วไปข่มขืนคงได้ไปคนเดียวแล้ว เอาเป็นว่าถ้าใครเจอแบบเดียวกับเราต้องอธิบายให้เค้าเข้าใจนะว่าความเป็นห่วงของท่านจะทำให้ลูกท่านตกงาน เพราะแวบแรกที่พนักงานหรือฝ่ายHRเจอเราอยู่กับผู้ปกครอง เค้าจะจะคิดว่าเราเป็นพวกพึ่งพาตัวเองไม่ได้นะ และไอ้ความคิดในแง่ลบเนี่ยมันจะติดตาเค้าไปจนสัมภาษณ์เสร็จ สู้ให้เค้าประทับใจตั้งแต่แรกพบยังจะดีกว่าค่ะ
การเดินทางครั้งนี้เราต้องนั่งรถตู้จากอนุเสาวรีย์ไปลงที่อินทร์บุรีแล้วก็เรียกให้รถบริษัทมารับ เราบอกให้แม่เดินเล่นแถวตลาดก่อน เอาคนแก่มาทรมานรึเปล่าเนี่ย ตอนแรกเกือบไม่ได้ขึ้นแล้ว เห็นพี่คนขับรถเค้ากวักมือเรียกนึกว่าเป็นรถตู้ไปอนุเสาวรีย์ - -
มาถึงที่ปุ๊บก็ไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ พี่เค้าก็ยื่นใบสมัครงานมาให้กรอกรายละเอียดเพิ่มแล้วก็ให้ทำข้อสอบ มีคนมาสัมภาษณ์งานเหมือนเราด้วย พอคุยๆกันมาเค้าบอกว่าโดนเรียกมาจากบริษัทจัดหางานที่เดียวกัน แถมยังมาจากมหาลัยเดียวกันอีก แค่คนละคณะ เอิ๊กกก งานนี้ได้ฟัดกับพวกเดียวกันแฮะ- - ควรจะดีใจมั้ยเนี่ย ได้ยินคร่าวๆว่าวันนี้มีคนนัดสัมภาษณ์4คนนะ อีกสองคนเค้ายังมาไม่ถึง
ข้อสอบที่ให้ทำก็เป็นข้อสอบคณิตศาสตร์กับภาษาอังกฤษง่ายๆ อย่างคณิตศาสตร์ก็ถามอย่างเช่น การแปลงหน่วย คิดอัตราดอกเบี้ย แปลงเป็นเลขฐาน16 แก้สมการ(ทั้งแบบปกติและจำนวนเชิงซ้อน) หาพื้นที่ มั่นใจว่าทำได้ทุกข้อนะ ส่วนภาษาอังกฤษเนี่ยเป็นการเขียนตัวเลขที่กำหนดให้อยู่ในรูปภาษาอังกฤษ ตอนเรียนๆมาเวลาทำข้อสอบก็เขียนเป็นตัวเลขตลอด เวลาคุยกับฝรั่งก็คุยกันแค่ถึงหลักพัน แต่ข้อสอบที่ให้มันมีถึงหลักล้าน เล่นเอาเกือบตายเพราะไม่ค่อยได้ใช้ และก็แปลคำศัพท์ที่กำหนดเอาไว้ อันนี้ไม่ยากเท่าไหร่ แต่ที่น็อคไปเลยคือให้แปลทั้งประโยคเป็นภาษาไทย ก่อนหน้านั้นเคยทำข้อสอบแบบนี้ที่บริษัทอื่น เค้าให้มา10กว่าบรรทัดแปลได้ทุกตัวอักษร คราวนี้มาให้แค่3บรรทัด ห่างหายจากศัพท์เชิงอุตสาหกรรมไปเยอะแทบแปลไม่ได้ สงสัยมุ่งแปลศัพท์หื่นมากไปหน่อย กร๊าก - - อันนี้แถไปเรื่อยค่ะ
คราวนี้ก็มาถึงเวลาเข้าห้องเย็นซะที ครั้งนี้เจอแบบ3รุม1 คนไทยสองคนแล้วพี่ยุ่น1 ถามไม่กี่อย่างเอง
-
ทำไมถึงเลือกสมัครบริษัทนี้<<ไม่ได้ทำการบ้านเรื่องนี้มาแต่คิดในใจไว้ล่วงหน้าแล้ว แถไปเรื่อย
-
รู้รึเปล่าว่าตำแหน่งที่จะทำต้องทำอะไรบ้าง<<ตอบได้ๆ
-
ทำไมถึงคิดว่าเราเหมาะกับตำแหน่งนี้<<มีประสบการณ์สมัยเรียน แล้วเค้าก็ให้อธิบายต่อว่าทำอะไรมา อันนี้โชกโชนค่ะ
-
จะใช้การคำนวณทางสถิติสำหรับตำแหน่งนี้ในเรื่องใดบ้าง<<คำถามที่คาดไม่ถึง ตอบไม่รู้ไว้ก่อน ดีกว่ามั่ว (แต่ดันมานึกออกตอนสัมภาษณ์เสร็จแล้วว่าเคยเรียนไป บ้าที่สุด)
-
จะทำงานที่เกี่ยวข้องกับเอกสารได้มั้ย<<ไม่มีปัญหา ตอนรับจ๊อบให้อาจารย์ก็ทำบ่อยไป
-
รู้เรื่องเกี่ยวกับระบบISOมั้ย<<จำไม่ได้ต้องขอเวลาทบทวน
-
ตอนอยู่ในมหาวิทยาลัยทำกิจกรรมนอกหลักสูตรบ้างมั้ย<<อันนี้เค้าถามเรื่องการเข้าสังคมกับคนอื่นค่ะ ก็เล่าๆไป
-
บ้านอยู่ กทม. มาทำไกลถึงที่นี่พ่อแม่ไม่คัดค้านเหรอ<<ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
-
แล้วพี่ยุ่นเค้าเห็นข้อสอบที่เราทำก็ถามว่าเราชอบคณิตศาสตร์ด้วยเหรอ<<แหงล่ะ วิชาโปรด
-
มีอะไรจะถามรึเปล่า<<ก็เลยถามแบบเดียวกับการบ้านที่ทำไว้
สรุปที่ทำการบ้านมาอย่างหนักก็พอจะช่วยได้บ้าง และก็ไม่ไอในห้องซักกะแอะ(แน่ละก่อนเข้าไปซัดตะขาบไปซะ3เม็ด) จบแล้วเค้าก็บอกว่ารอผลการสัมภาษณ์ภายในอาทิตย์นี้ แสดงว่าวันอื่นๆก็น่าจะมีคนมาสัมภาษณ์อีกด้วยน่ะสิ = = แต่ดูท่าทางพี่ยุ่นเค้าจะถูกใจเรานะ ไม่รู้คิดไปเองมั้ย ใจเราก็อยากได้งานนี้ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง แต่เผื่อใจไว้นิดนึงเพราะสอบสัมภาษณ์ก็สั่นพั่บๆๆไปเยอะเลย *ยิ้มสู้* ให้มีงานทำซักทีเถอะ ท่าทางแม่จะชอบแถวนี้ด้วยนะ หลังจากที่ไปทำผมที่ร้านเสริมสวยเพื่อฆ่าเวลาที่เค้ารอเรา อาเมน...ไปสองคนนี่มันเปลืองจริงๆแหละ
หนังสือที่แนะนำก็คงไม่พ้นหนังสือเกี่ยวกับการสมัครงานแหละนะ หนังสือเล่มนี้ชื่อ"การสอบสัมภาษณ์ให้ได้งาน" เนื้อหาตรงกับชื่อเลย มีศัพท์ที่เกี่ยวกับการสมัครงาน ตัวอย่างการสัมภาษณ์งานในอาชีพต่างๆ พร้อมทั้งยกตัวอย่างสถานการณ์จำลองต่างๆ ถ้าเราตกอยู่ในสภาพแบบนี้เราจะตอบเค้าไปว่าอย่างไรเพื่อให้เค้ามองเราในแง่บวก บทสัมภาษณ์มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมซีดี อ่านแล้วไม่ผิดหวัง เพราะเราก็เก็งข้อสอบจากหนังสือเล่มนี้ ไม่แปลกใจที่พิมพ์มา20ครั้งแล้ว
ภาพนี้มาจาก http://www.pramool.com/cgi-bin/dispitem.cgi?5777223
เป็น1ในหนังสือ2เล่มที่เราเสียเงินจากงานหนังสือค่ะ ตอนแรกกะจะไม่ไปแล้ว คราวนี้เพื่อนเราที่เพิ่งจะมาปิดเทอมตอนนี้เพราะติดเข้าค่ายมาลากเราไป ตอนแรกบอก"ไปเป็นเพื่อนก็ได้แต่ไม่ซื้อนะ" จนไปเจอหนังสือเล่มที่แนะนำเข้า ส่วนอีกเล่มนี่เป็นหนังสือเกี่ยวกับการใช้Tense ซื้อเพราะปก+กระดาษสวย+เนื้อหาคร่าวๆที่สอนแบบแหกคอก+ถูกเพื่อนไซโค ไม่ได้แนะนำเพราะซื้อมายังไม่ได้อ่านแบบจริงจังเท่าเล่มแรก สรุปวันนั้นเงินออกจากกระเป๋าไปสามร้อยกว่า ถ้าใจอ่อนกว่านี้คงหมดเกือบสองพัน
ตอนนี้คงต้องชาร์จแบต อุ๊บส์
ไปเอาพลังงานคืนมาก่อนค่ะ ZzzZzzz ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ
ปล.เอ็นทรี่หน้าจะไม่บ่นแล้ว แปะแต่รูป
ปล. 2 ลอยกระทงที่ไหนดี ระหว่างภูเขาทองที่ใกล้บ้าน กับธรรมศาสตร์ที่ไกลลิบ(แต่อยากไปเพราะเจอคลื่นSeedไซโค พอไปถามเพื่อนเรื่องงานลอยกระทงดันตอบกลับมาว่า"จริงเหรอ?" นี่เอ็งเรียน มธ. รึเปล่าเนี่ย)
=====================




















^
^
^
ตอนแรกเค้าอ่านเป็น พนักงานฝ่าย KHR บ้าไปแล้ว กร๊ากกกกก
ขอให้ได้งานดี เอิ๊ววว
#1 By ┈━═☆ Izzy ☆═━┈ on 2009-10-26 22:04